|
จากต้น...สู่เมล็ดกาแฟ
ไร่ปลูกกาแฟที่ดีต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อน ความชื้น และความสม่ำเสมอของอุณหภูมิระหว่าง 15 – 25 องศาเซลเซียส กาแฟพันธุ์อราบิก้า จะเจริญเติบโตได้ดีในที่สูง 900 – 2,000 เมตร ในขณะที่กาแฟพันธุ์โรบัสต้า จะเจริญเติบโตได้ดีในที่สูงเพียง 500 เมตรเท่านั้น ผลของกาแฟทั้ง 2 ชนิด เมื่อสุกแล้วจะเป็นสีเหลืองและแดงที่เรียกว่าลูกเบอร์รี่ และจะถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือซึ่งมีวิธีการอยู่ 2 วิธี คือการเลือกเด็ดลูกที่สุกทีละลูกและการเด็ดทีเดียวทั้งก้าน
หลังจากนั้นลูกเบอร์รี่จะถูกนำไปเข้ากระบวนการ นำเปลือกออกจากเมล็ดกาแฟที่อยู่ด้านในซึ่งมี
2 วิธี คือวิธีตากแห้ง (Dry) ที่เปลือกจะแยกออกจากเมล็ดกาแฟหลังจาก 4 สัปดาห์ และอีกวิธีหนึ่งคือวิธีใช้น้ำ (Wet) ซึ่งเปลือกจะหลุดออกจากเมล็ดกาแฟภายใน 12 – 24 ชั่วโมงเท่านั้นหลังจากการเก็บเกี่ยว วิธีการนี้ต้องใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพมาช่วยในการแยกเปลือก และคัดเลือกเฉพาะเมล็ดกาแฟที่ได้มาตรฐานโดยใช้น้ำเป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งวิธีการแบบใช้น้ำ (wet) นี้ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าแต่ก็ได้ประสิทธิภาพมากกว่าในการรักษาคุณภาพกาแฟ
|
 |
จากเมล็ดกาแฟสีเขียว …มาเป็นเมล็ดกาแฟคั่ว
หลังจากที่ได้เมล็ดกาแฟมาตรฐานแล้ว กระบวนการที่ทำให้รสชาติ และกลิ่นที่ซ่อนอยู่ในเมล็ดกาแฟออกมานั้นคือการคั่ว ซึ่งการคั่วที่สมบูรณ์แบบนั้น จะสามารถดึงเอาความเข้มข้น ความหอม จากเมล็ดกาแฟออกมาได้ในระหว่างการคั่ว และการพักตัวของเมล็ดกาแฟ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ ใส่ใจและให้ความสำคัญในกระบวนการคั่วอย่างมาก เพราะเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนที่มีผลต่อรสชาติของกาแฟโดยตรง ปัจจุบัน เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ เป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟถึง 9 แห่งทั่วโลก กระจายอยู่ทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา โดยสัญญาและรับรองจะมอบกาแฟคุณภาพที่ได้มาตรฐานสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วโลก
การเก็บรักษาและถนอมเมล็ดกาแฟก็มีความสำคัญ การที่เมล็ดกาแฟจะคงคุณภาพอยู่ได้นานนั้น จะต้องได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการที่ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟ จึงมีความสามารถในด้านการบรรจุ และจัดเก็บเมล็ดกาแฟด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย และมีคุณภาพสูง ทำให้สามารถเก็บรักษาคุณภาพกาแฟได้อย่างดีเยี่ยม
 |
จากเมล็ดกาแฟคั่วคุณภาพเยี่ยม… สู่กาแฟเอสเพรสโซสัญชาติอิตาเลียนแท้ๆ
กาแฟที่เป็นสัญลักษณ์ของอิตาลี ก็คือ เอสเพรสโซ การชงกาแฟแบบเอสเพรสโซเป็นวิธีที่สรรค์สร้างให้รสชาติ กลิ่น และรูปลักษณ์ของกาแฟมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยใช้เครื่องชงที่มีแรงอัดไอน้ำในอุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียสให้ไหลผ่านเมล็ดกาแฟคั่วที่บดละเอียด ซึ่งวิธีการชงเช่นนี้ จะทำได้กาแฟเอสเพรสโซที่มีกลิ่นหอม พร้อมรสชาตินุ่ม แต่เข้มข้นและหนักแน่น
|
เอสเพรสโซ...จากเซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ
กาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟเพียงชนิดเดียว ไม่สามารถเรียกว่าเป็น เอสเพรสโซ ได้ เพราะ เอสเพรสโซ เปรียบเสมือนบทเพลงของวงออเคสตร้า ที่เกิดขึ้นจากเครื่องดนตรีหลากชนิด ซึ่งตรงกันกับปรัชญาของ
เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ ที่ว่า เอสเพรสโซแบบอิตาเลียนที่แท้จริง เปรียบเสมือนแชมเปญชั้นดีจากฝรั่งเศสที่ได้จากการหมักบ่มขององุ่นนานาพันธุ์ที่คัดสรรเป็นอย่างดีจากแหล่งเพาะปลูกเดียวกัน เพื่อนำมาซึ่งเครื่องดื่มระดับโลก ซึ่งก็มีแต่ เซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเพรสโซ รายเดียวเท่านั้นในโลก ที่ใช้ทฤษฎีเดียวกันนี้ในการผลิตกาแฟ โดยคัดเลือกเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ที่ดีที่สุดคืออราบิก้าและโรบัสต้าที่พิถีพิถันคัดสรรจากแหล่งปลูกที่ใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ นำมาผสมผสานให้เข้ากันเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อกาแฟเอสเพรสโซที่ดีที่สุด
ค้นพบสูตรลับความเข้มข้นของรสชาติกาแฟอิตาเลียนแท้ๆ ด้วยตัวคุณเอง